Resources

TypeNameDescriptionModifiedSize
application/pdfChildren's SOGIESC Rights Thailand 3rd UPR Advocacy SheetSITUATION OF CHILDREN AND YOUTH WITH DIVERSE SEXUAL ORIENTATION, GENDER IDENTITY, EXPRESSION, AND SEX CHARACTERISTICS (SOGIESC) IN THAILAND During the 2nd cycle in 2016, Thailand received one recommendation on SOGIESC from Mexico to eradicate violence against women regardless of sexual identity. Although no specific recommendation on children and youth with diverse SOGIESC, continued efforts and progress have been made. This includes drafts of gender recognition laws, draft marriage equality bill, establishment of sexual harassment support center for students, and more universities allow students to dress according to their gender identity. At a national level, the Gender Equality Act (2015) prohibits gender-based discrimination; however, no child has filed any complaint through this mechanism due to the lack of information, awareness and child-friendly access, consisting of eight leading child rights and LGBTIQ+ organizations, led five consultations with 84 children and youth, spanning the ages of 12 to 23, to gather their reflections on their respective situations and recommendations concerning their rights.15/09/2021462KB
application/pdfStorybook - นิทานเรื่องอานีสเป็นหัด อร้อย อร่อย นิทาน2 ฉบับสองภาษา (ไทย/มลายู) สำหรับเด็กวัย 0-6 ปี ภายใต้โครงการอ่าน อิ่ม รัก เพื่อส่งเสริมการอ่าน และการเข้าถึงหนังสือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้13/09/20217MB
application/pdfStorybook - นิทานเรื่อง อร้อย อร่อยนิทาน2 ฉบับสองภาษา (ไทย/มลายู) สำหรับเด็กวัย 0-6 ปี ภายใต้โครงการอ่าน อิ่ม รัก เพื่อส่งเสริมการอ่าน และการเข้าถึงหนังสือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้13/09/20218MB
application/pdfStorybook - นิทานเรื่อง ฉึกฉัก ฉึกฉักนิทาน2 ฉบับสองภาษา (ไทย/มลายู) สำหรับเด็กวัย 0-6 ปี ภายใต้โครงการอ่าน อิ่ม รัก เพื่อส่งเสริมการอ่าน และการเข้าถึงหนังสือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้13/09/20214MB
application/pdfStorybook - นิทานเรื่อง ฟ ฟัน สนุกจังนิทาน 2 ฉบับสองภาษา (ไทย/มลายู) สำหรับเด็กวัย 0-6 ปี ภายใต้โครงการอ่าน อิ่ม รัก เพื่อส่งเสริมการอ่าน และการเข้าถึงหนังสือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้13/09/20218MB
application/pdfChildren’s SOGIESC Rights Joint Submission for UPR 3rd CycleChildren’s SOGIESC Rights Joint Submission for UPR 3rd Cycle Prepared by The Coalition of CSOs and INGOs for Children’s SOGIESC Rights – Thailand for the 39th Session of the Working Group on the Universal Periodic Review23/08/2021277KB
application/pdfStorybook - พ่อนก กกไข่นิทาน2 ฉบับสองภาษา (ไทย/มลายู) สำหรับเด็กวัย 0-6 ปี ภายใต้โครงการอ่าน อิ่ม รัก เพื่อส่งเสริมการอ่าน และการเข้าถึงหนังสือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 16/08/20219MB
application/pdfStorybook - อานีสกับกอล์ฟสู้โควิด-19โรคโควิด – 19 (COVID-19) เกิดจาก เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่เมื่อติดเชื้อจะเริ่มมีไข้ ไอแห้ง ๆ จากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ จะมี อาการหายใจถี่และลําาบาก หากป่วยหนักจะมีอาการปอดบวมอักเสบ และรุนแรงถึงอวัยวะภายในล้มเหลวการป้องกันตนเองที่ดีที่สุด คือ การดูแลสุขภาพท่ีต้องสร้าง ภูมิคุ้มกันให้ตัวเองแข็งแรง หลี่กเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีคนแออัด ไม่สัมผัสบริเวณตา จมูก ปาก ใบหน้า เพราะเป็นช่องทางที่เชื้อไวรัสเข้าสู่ ร่างกายได้ง่าย เด็กปฐมวัยเป็นหน่ึงในกลุ่มเสี่ยง มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย เพราะ ซุกซน ไม่ค่อยระวัง และหากติดเชื้อ จะไม่ค่อยมีอาการ ทําาให้แพร่เชื้อถึง ผู้ใหญ่ได้ง่าย โดยเฉพาะบ้านที่มีปู่ย่าตายาย นิทานภาพ อานีสกับกอล์ฟ สู้โควิด – 19 จึงเกิดขึ้นเพราะความ ห่วงใยในสถานการณ์วิกฤตของการระบาด โดยเชื่อว่า หนังสือและ การอ่าน จะเป็นสื่อที่ทรงพลังในการถ่ายทอดข้อมูล เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ เข้าใจ และ ฝึกปฏิบัติ เพื่อดูแลสุขภาพไปพร้อม ๆ กับคนรอบตัว23/07/20213MB
application/pdfบทสรุปผู้บริหารการทำงานสถานพักพิงบ้านทัศนีย์บทสรุปผู้บริหารรายงานผลการศึกษาการถอดบทเรียนการทำงานสถานพักพิงบ้านทัศนีย์ ผลการศึกษาพบว่าหลักจากสถานพักพิงบ้านทัศนีย์ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาสถานรองรับเด็กเอกชนนำร่อง ความเปลี่ยนแปลงสำคัญประการแรกเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางด้านความรู้ ทัศนคติ และ ทักษะในการทำงานกับเด็กและครอบครัว โดยเฉพาะในบริบทของการจัดการเลี้ยงดูทดแทนสาหรับเด็กที่จำเป็นต้องทำให้สอดคล้องกับมาตรฐานของรัฐและข้อปฏิบัติสากลอย่างแนวปฏิบัติด้านการเลี้ยงดูทดแทนสาหรับเด็ก (UN Guidelines for Alternative Care of Children) กล่าวคือแต่เดิมสถานพักพิงฯ อาจมีแค่การจัดบริการที่เกิดขึ้นภายในสถานพักพิงฯ เพียงเท่านั้น คือเมื่อรับเด็กเข้ามาแล้วก็ให้บริการที่จำเป็นพื้นฐานเช่น การให้ปัจจัยสี่ บริการทางการศึกษา การพัฒนาสถานะบุคคลของเด็ก การพาเด็กไปทัศนศึกษา มีกิจกรรมร่วมกับชุมชน หรือให้ เด็กได้ติดต่อกับครอบครัวเป็นระยะ แต่เมื่อเข้าสู่โครงการพัฒนาฯ สถานพักพิงฯ ได้จัดบริการเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะ บริการเพื่อป้องกันเด็กเข้าสู่สถานสงเคราะห์ คือการสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับครอบครัว การจัดอบรม แก่เด็กในโรงเรียนและพื้นที่ชุมชน รวมทั้งการติดตามสนับสนุนเด็กและครอบครัวหลังจากที่เด็กออกจากสถานพัก พิงฯ ไปแล้ว เจ้าหน้าที่ระบุว่าตนเองมีเป้าหมายในการทำงานกับเด็กแต่ละคนที่ชัดเจนมากขึ้น ประเด็นสาคัญคือการ สามารถควบคุมอารมณ์และจัดการความรู้สึกของตัวเองได้ดีขึ้นเมื่อต้องทางานกับเด็ก และได้รู้สึกถึงการทำงานแบบมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าความรู้สึกถึงการทำงานอย่างมืออาชีพช่วยเพิ่มความมั่นใจและการเคารพนับถือตัวเองที่สูงขึ้นด้วย13/07/2021894KB
application/pdfรายงานผลการศึกษาการถอดบทเรียนการทำงานสถานพักพิงบ้านทัศนีย์ประเด็นกระบวนการลดความเป็นสถาบันที่จะนำไปสู่การยุติบริการในรูปแบบสถานสงเคราะห์ (De-institutionalization) สถานพักพิงบ้านทัศนีย์ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาสถานรองรับเด็กเอกชนนาร่อง (Shelter Management Project) ตั้งแต่ปี 2560 โดยโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การช่วยเหลือเด็ก ระหว่างประเทศ (Save the Children International หรือ SCI) องค์การอินเตอเนชั่นแนล เรสคิวคอมมิตตี (International Rescue Committee หรือ IRC) และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ตาก โดยมีจุดประสงค์ท้ังในระยะยาวและระยะสั้นด้วยกันสามประการคือ ประการท่ีหนึ่งเพื่อสนับสนุนให้ สถานรองรับเด็กเอกชนในจังหวัดตาก ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนไทย-เมียนมาได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ประการท่ีสองเพื่อสนับสนุนและพัฒนามาตรฐานการจัดบริการใน สถานรองรับเด็กเอกชนนำร่องให้มีคุณภาพและก่อประโยชน์สูงสุดต่อเด็กในระยะยาว และประการสุดท้ายเพื่อสร้างความเข้าใจและให้สถานรองรับดังกล่าวเห็นถึงความสาคัญของการท่ีเด็กได้เติบโตในสภาพแวดล้อมของ ความเป็นครอบครัวและสนับสนุนให้เกิดการเลี้ยงดูทดแทนทางเลือกที่มีครอบครัวเป็นฐาน (family-based care) และลดการพึ่งพิงการดูแลแบบสถานสงเคราะห์ (residential care) ท่ีมีลักษณะการดูแลแบบสถาบัน (institutional care) ในการดูแลเด็ก เป็นที่ทราบกันดีว่าการดูแลแบบสถาบันน้ันส่งผลกระทบต่อเด็กในระยะยาวท้ังด้านความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัยของเด็กเนื่องจากการขาดผู้ดูแลหลักและการไม่ได้รับการดูแลแบบเฉพาะรายบุคคล การขาดการ กระตุ้นพัฒนาและทำกิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย การได้รับบริการท่ีไม่ตรงตามความต้องการที่เด็กควรได้รับ การไม่เข้าถึงสิทธิสวัสดิการ การไม่ได้ร่วมทำกิจกรรมกับชุมชนที่เด็กอาศัยอยู่ การถูกตัดการติดต่อจาก ครอบครัวและชุมชนเดิม ในทางเดียวกันการดูแลเด็กในรูปแบบสถาบันยังละเลยการทางานกับครอบครัวเดิม ของเด็กเพื่อคืนเด็กกลับสู่ครอบครัวและสังคม รวมท้ังการขาดการทบทวนแผนการดูแลและความจำเป็นของ เด็กในการอยู่สถานรองรับ (facilities) อย่างสม่ำเสมอ และสิ่งสำคัญสุดท้ายคือขาดการเตรียมความพร้อมเด็ก ก่อนคืนสู่สังคมหรือออกจากสถานรองรับ13/07/20216MB
All Save the Children publications are free

Pages