Save the Children การเป็นเด็กข้ามเพศไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเลียนแบบ

Friday 16 July 2021

จดหมายถึงเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เลขที่หนังสือ ADM/๐๗/๒๐๒๑/๑๘๗

 

วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

 

เรื่อง      ข้อเสนอต่อการใช้รูปและเนื้อหาในการอบรมพัฒนาศึกษานิเทศก์ ปี ๒๕๖๔ เกี่ยวข้องกับเด็กข้ามเพศ

เรียน     นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

จากที่ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดโครงการอบรมพัฒนาศึกษานิเทศก์ ปี ๒๕๖๔ ผ่านระบบออนไลน์ (Webinar) ในวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๔.๐๐ น. ในหัวข้อ "บุคลิกภาพแบบกัลยาณมิตร"  โดย คุณทวินันท์ คงคราญ ตามที่สามารถรับชมได้ทางช่องทางออนไลน์ตามลิงก์ https://www.youtube.com/watch?v=gpzHzE4pQYE[1]พบว่าวิทยากรได้แสดงรูปกลุ่มเด็กขึ้นหน้าจอ พร้อมกับกล่าวว่า “ดูให้เห็นว่า บางทีเด็กนี้ ถ้าสิ่งแวดล้อมเขาเป็นอย่างนี้ เขาก็ปรับตัวได้เหมือนกันนะ บางทีเขาอาจจะยังไม่ได้มีแนวโน้มข้ามเพศหรอก แต่พอเห็นเพื่อนเป็นกันเยอะๆ แล้วก็สนุกดี เขาก็เป็นอย่างนั้น” สื่อว่าการเป็นบุคคลข้ามเพศเกิดขึ้นจากปัจจัยสภาพแวดล้อมและบริบททางสังคม ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า การอยู่กับเพื่อนข้ามเพศจะทำให้เด็กเกิดการเปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเอง และอาจจะนำไปสู่อคติหรือการตั้งกฎเกณฑ์ที่ไม่เป็นมิตรต่อเด็กข้ามเพศ อีกทั้งกล่าวว่าเป็นรูปที่ได้นำมาใช้นั้นไม่ได้รับอนุญาตจากเด็กในรูป จึงขอความร่วมมือไม่ให้นำรูปไปเผยแพร่ต่อ ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของเจ้าของรูปอีกด้วย

ในส่วนของงานวิจัยพบว่ามากกว่าครึ่งของเด็กที่มีความหลากหลายทางเพศเผชิญกับการกลั่นแกล้งรังแกในรั้วโรงเรียนและในโลกออนไลน์[2] อีกทั้งยังพบว่าสถานศึกษายังคงมีเกณฑ์การจัดกลุ่มให้นักเรียนที่ประพฤติตนเหมือนเพศตรงข้ามอยู่ในกลุ่มมีปัญหา และให้นักเรียนที่อยู่ในกลุ่มประพฤติตนเหมือนเพศตรงข้ามจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการเรียน รวมถึงสภาพจิตใจของเด็กและเยาวชน ดังนั้น บุคลากรทางการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในการลดผลกระทบด้านลบนี้

ทางเครือข่ายเพื่อสิทธิเด็กและเยาวชนที่มีความหลากหลายทางเพศ รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคและความเท่าเทียม เห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างความเข้าใจในประเด็นความหลากหลายทางเพศ ดังที่เห็นได้ชัด โดยเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ กระทรวงศึกษาธิการ โดยคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีการบรรจุหลักสูตร ปรับปรุงแก้ไข ในรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โดยมีเนื้อหาที่ครอบคลุมถึงด้านสุขภาวะและด้านสิทธิมนุษยชนของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในทุกมิติแบบถูกต้อง เพื่อนำไปสู่การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความแตกต่างหลากหลายทางเพศสภาพ จากประเด็นข้อมูลดังกล่าวที่ได้ปรากฏในการอบรมพัฒนาศึกษานิเทศก์ ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ยังแสดงถึงชุดข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เนื่องจากการเป็นบุคคลข้ามเพศไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเลียนแบบ ซึ่งแนวคิดนี้อาจจะทำให้เกิดการกีดกันและความรุนแรงต่อเด็กข้ามเพศ รวมถึงนับตั้งแต่ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. ๒๕๕๘ ในวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อให้การคุ้มครองและป้องกันไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ในมาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ” หมายความว่า การกระทําหรือไม่กระทําการใด อันเป็นการแบ่งแยก กีดกัน หรือจํากัดสิทธิประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยปราศจาก ความชอบธรรม เพราะเหตุที่บุคคลนั้นเป็นเพศชายหรือเพศหญิง หรือมีการแสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกําเนิด และในมาตรา ๑๗ การกําหนดนโยบาย กฎ ระเบียบ ประกาศ มาตรการ โครงการ หรือวิธีปฏิบัติ ของหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศจะกระทํามิได้ ซึ่งทางเครือข่ายตามรายชื่อที่แนบมานี้ จึงขอเสนอให้ท่านสั่งการให้ผู้จัดโครงการอบรมและวิทยากรได้พิจารณาและทบทวนประเด็นดังนี้

๑.    ยุติการละเมิดสิทธิเด็กด้วยการเผยแพร่รูปภาพของเด็กและเยาวชนโดยไม่ได้รับการยินยอม ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พิจารณานำเสนอรูปภาพเด็กและเยาวชนที่ได้รับความยินยอมจากเด็กและเยาวชนก่อนที่จะมีการเผยแพร่รูปภาพเท่านั้น

๒.  แถลงการณ์แก้ไขข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นจริงและถูกต้องแก่ผู้เข้าร่วมและผู้รับชมในวงกว้าง พร้อมทั้งประกาศเจตนารมน์ว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะสร้างความเป็นธรรมทางเพศ โดยคำนึงถึงสิทธิเด็กและความหลากหลายทางเพศหมายรวมถึงการพิจารณาทบทวนสื่อที่ใช้ในการอบรมให้ละเอียดอ่อนต่อประเด็นความหลากหลายทางเพศ พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจกับบุคลากรทางการศึกษา โดยทางเครือข่ายฯ มีความยินดีอย่างยิ่ง หากสามารถนัดพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจในประเด็นนี้ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานเพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจในสิทธิเด็กซึ่งเน้นถึงสิทธิของเด็กและเยาวชนที่มีความหลากหลายทางเพศและบุคลากรทางการศึกษา พร้อมกันนี้ขอแนบ “คู่มือแนวทางการดำเนินงานกับเด็กโดยคำนึงถึงความหลากหลาย” เพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาด้วย

ทั้งนี้สถาบันการศึกษาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศและเสริมสร้างประชากรให้เติบโตในสังคมที่มีความเคารพและความเท่าเทียม การดำเนินงานเหล่านี้ จักส่งผลดีให้กับบุคลากรทางการศึกษา สถาบันการศึกษา ประเทศชาติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนทุกคนที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครอง รับรู้สิทธิของตนเอง และเห็นคุณค่าในการเคารพศักดิ์ศรีของตนเองและผู้อื่น

           

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ในการดำเนินการ

                                                                                                           

                                                                                               

                                                                                                         นายประเสริฐ  ทีปะนาถ

                                                                                               ผู้อำนวยการองค์การช่วยเหลือเด็ก

 

ร่วมลงนามโดย เครือข่ายเพื่อสิทธิเด็กและเยาวชนที่มีความหลากหลายทางเพศ รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคและความเท่าเทียม อันประกอบไปด้วย

๑.         องค์การช่วยเหลือเด็ก

๒.         องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

๓.         สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) จังหวัดยะลา

๔.         มูลนิธิรักษ์เด็ก (The Life Skills Development Foundation)

๕.         สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย

๖.         องค์กรสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน

๗.         V-Day Thailand

๘.         มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน

๙.         PYNA Organization

๑๐.      กลุ่มหิ่งห้อยน้อย

๑๑.  อนันตชัย โพธิขำ  ผู้ก่อตั้งเครือข่ายผู้ใส่ใจนวัตกรรมเพื่อเยาวชนไทย (CITY: The Coalition of Innovation for Thai Youth)

๑๒.      กลุ่ม Consent Connection

๑๓.      กลุ่มก่อการครู

๑๔.      กลุ่ม Black box

๑๕.      กลุ่ม Non-Binary Thailand 

๑๖.      กลุ่ม Queer Riot

๑๗.      กลุ่มพะยูนศรีตรัง จังหวัดตรัง

๑๘.      ศูนย์บริการสุขภาพที่เป็นมิตร น้ำกว๊านสีรุ้ง

๑๙.      คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

๒๐.      เครือข่ายสุขภาพและโอกาส

๒๑.      Impulse Bangkok

๒๒.     เครือข่าย MSM เขต ๓ (Rainbow Plus)

๒๓.     เพจ FTM guidebook Thailand ข้อมูลเพื่อผู้ชายข้ามเพศ

๒๔.     บริษัท ไลฟ์ สกิลส์ ไทยแลนด์

๒๕.     Be Visible Asia

๒๖.      พักตร์วิไล สหุนาฬุ กลุ่มเยาวชนศีขรภูมิ (Sikhoraphum Youth)

๒๗.     The Freedom Story, Thailand

๒๘.     มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม

๒๙.     ปรีดาวรรณ ลิลลี่แครพ

๓๐.      อัญธิดา สังข์โชดก

๓๑.      กลุ่ม LGBT จังหวัดกำแพงเพชร

๓๒.     เครือข่ายความหลากหลายทางเพศจังหวัดนครสวรรค์

๓๓.     กลุ่ม Two Face อำเภอคลองขลุง

๓๔.     กลุ่ม Butterfly อำเภอทรายทองวัฒนา

๓๕.     กลุ่ม Attitude Plus อำเภอลานกระบือ

๓๖.      กลุ่มนางฟ้าเก้าเลี้ยว

๓๗.     กลุ่มนางฟ้าบรรพตพิสัย

๓๘.     กลุ่มหนองบัวสตรองค์

๓๙.     กลุ่ม MSM ไพศาลี

๔๐.      กลุ่มเสรีเทยฺย์พลัส

๔๑.      TEAK – Trans Empowerment

๔๒.     เครือข่ายความหลากหลายทางเพศภาคอีสาน

๔๓.     กลุ่ม Look South Peace

๔๔.     ดาราณี ทองศิริ  ผู้ก่อตั้งเฟมินิสต้าและผู้อำนวยการหลักสูตร School of Feminists

๔๕.     กลุ่ม Young Pride Club

๔๖.      เพจ AroAce-clusionist: Aromantic & Asexual Exist

๔๗.     SAGA Thailand

๔๘.    มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์  

๔๙.     มูลนิธิแพธทูเฮลท์

 

 

ประสานงาน

พีราณี ศุภลักษณ์ เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านสิทธิเด็กและความหลากหลายทางเพศ องค์การช่วยเหลือเด็ก

ติดต่อ081-440-5669 ami.suparak@savethechildren.org